Home
knowledge about lymphoma
donation
e-newsletter
calendar
new member register
member
about us
contact us
web link
 
 
  อาการจากตัวมะเร็งและผลข้างเคียงของการรักษา
อาการถ่ายเหลว

- เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน
- พบได้ในมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งตับอ่อน

อาการปากแห้ง (xerostomia)

- เกิดจากต่อมน้ำลายสร้างน้ำลายลดลง อาจเป็นผลจากยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีรักษาโดยเฉพาะบริเวณช่องปากและลำคอ
- หลังจากสิ้นสุดการรักษาประมาณ 6 -8 เดือน อาการปากแห้งจะกลับเป็นปกติ

อาการอ่อนเพลีย

- ประมาณ 50-70% ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลถึงการทำกิจวัตรประจำวันได้

ผมร่วง

- เป็นผลจากยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีรักษาไปทำลายเซลล์ที่สร้างผมและขน (Hair follicle) ภาวะนี้จะเป็นอยู่เพียงชั่วคราว หลังจากสิ้นสุดการรักษาแล้วผมจะขึ้นได้ใหม่
- ในผู้ป่วยบางรายอาจมีเพียงผมบางหรือแห้งกว่าเดิม

ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)

- พบภาวะนี้ได้ในผู้ป่วยมะเร็งราว 10-20% และอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้จากหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดเต้น
- อาการจากแคลเซียมในเลือดสูงที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปัสสาวะบ่อย ซึมลง ความรู้สึกตัวลดลงจนถึงขั้นโคม่าได้

การติดเชื้อ (Infection)

- ผู้ป่วยมะเร็งมักเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นผลจากตัวมะเร็งเองและจากการรักษาที่ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง
- อาการแสดงของการติดเชื้อ ได้แก่ ไข้ หนาวสั่น, ปวดท้อง, เจ็บคอ, ไอ หายใจไม่สะดวก

คลื่นไส้ อาเจียน

- เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยในผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดและในผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสี
- ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียนมาก อาจเกิดภาวะขาดน้ำ, เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติได้

อาการจากตัวก้อน

- เช่นภาวะที่ก้อนมะเร็งกดเบียดเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ เรียกว่า Superior vena cava syndrome ทำให้เกิดการบวมบริเวณใบหน้า ลำคอ มักพบภาวะนี้ในผู้ป่วยมะเร็งที่มีก้อนในทรวงอก เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เกร็ดเลือดต่ำ

- ยาเคมีบำบัดบางชนิดทำให้เกล็ดเลือดต่ำได้ ภาวะนี้จะเสี่ยงต่อการมีเลือดออกง่าย ผู้ป่วยอาจมีจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือดขึ้นตามตัว

ผลข้างเคียงในระยะยาว

- เมื่อทำการติดตามผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดในระยะยาว จะพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสียงต่อการเกิดโรคอื่นๆตามมาสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับเคมีบำบัด อาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดอื่นตามมาได้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งผิวหนัง
- ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือได้รับยา cyclophosphamide ในขนาดสูง อาจส่งผลต่อการมีบุตรในภายหลัง
- ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกหรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด จะมีโอกาสเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น
- ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดบางชนิด อาจส่งผลต่อการทำงานของปอดในระยะยาวได้
- ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีบริเวณลำคอ หรือทรวงอก จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานลดลง หรือเกิดมะเร็งเต้านมได้สูงขึ้น
- ผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีบริเวณสมอง หรือได้รับยาเคมีบำบัดเข้าทางไขสันหลัง อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตและสติปัญญาได้

การรักษาโรคในระยะลุกลามหรือกลับเป็นใหม่

การพิจารณาการรักษาในกรณีนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ตำแหน่งที่โรคกลับเป็น, ชนิดของการรักษาที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้, และสภาวะร่างกายโดยรวมของผู้ป่วยเอง

แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด การปลูกถ่ายไขกระดูก หรืออาจเป็นการรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าวิจัย
 
Other knowledge about lymphoma
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร
  • ชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • สถิติของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • การดูแลรักษาตนเอง
  • ข้อควรรู้สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  •  
    ชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
    สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เขตปทุมวัน กทม. 10330 โทรศัพท์ 02-256-4564 โทรสาร 02-253-9466 อีเมลล์: webmaster@thailymphoma.org