Home
knowledge about lymphoma
donation
e-newsletter
calendar
new member register
member
about us
contact us
web link
 
 
  การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง
การรักษาผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่แพทย์นัด ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ถึงแม้จะรู้สึกว่ามีอาการดีขึ้น

การรักษาจะขึ้นกับระยะของโรคที่ผู้ป่วยเป็น และสภาวะร่างกายโดยรวม การรักษาแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ

1. การเฝ้าระวังโรค: จะพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดไม่รุนแรงที่ยังไม่ต้องการรักษา โดยแพทย์จะนัดผู้ป่วยมาติดตามเป็นระยะ เมื่อพบว่าโรคมีการกระจายมากขึ้น หรือเกิดอาการจากตัวโรคจึงจะพิจารณาให้การรักษา

2. การใช้ยาเคมีบำบัด: คือการใช้ยาที่มีผลทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกาย ยาอาจอยู่ในรูปยากินหรือยาฉีด สูตรยาเคมีบำบัดที่จะขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรคที่เป็น
- สูตรยาเคมีบำบัดมาตรฐานสำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือสูตร CHOP ซึ่งประกอบไปด้วยยา 4 ชนิด ได้แก่ cyclophosphamide, adriamycinn, vincristine และ prednisolone
- ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดพบได้หลายรูปแบบ ซึ่งเป็นผลจาการที่ยาไปทำลายเซลล์ปกติของร่างกายนอกเหนือไปจากเซลล์มะเร็ง ในผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไป เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน, อาการชาปลายมือปลายเท้า, อาการท้องผูกหรือท้องเสีย, ภาวะเม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ, ภาวะเลือดออกจากเกล็ดเลือดต่ำ โดยทั่วไปผลข้างเคียงเหล่านี้จะหายไปเมื่อหยุดยาเคมีบำบัด สำหรับผลข้างเคียงในระยะยาว อาจพบว่ามีบุตรได้ยากในภายหลัง หรือเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดอื่นตามมาได้

3. การรักษาด้วยการฉายรังสี: เป็นการใช้รังสีขนาดสูงเพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็งในแต่ละบริเวณ มักพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะแรกๆ
-ผลข้างเคียงของการฉายรังสี ได้แก่ อาการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง, เจ็บคอ หรือ ปวดท้อง อาการข้างเคียงส่วนมากสามารถบรรเทาได้ด้วยการให้ยาตามอาการที่ผู้ป่วยเป็น

4. การรักษาด้วยแอนตี้บอดี้
เป็นการรักษาโดยการใช้ยาที่เป็นสารสังเคราะห์ไปจับกับโปรตีนบนผิวของเซลล์มะเร็งแล้ว ส่งผลให้มีการกระตุ้นการทำลายของเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้น ในปัจจุบันมีทั้งที่ใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัด

5. การรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem cell transplantation)



- คือการให้ยาเคมีบำบัดในขนาดสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ แล้วตามด้วยการให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดแก่ผู้ป่วย มักพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ดื้อต่อการรักษาหรือในผู้ที่มีโรคกลับ
- เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่จะนำมาให้ผู้ป่วยอาจเป็นเซลล์ของผู้ป่วยเอง (Autologous transplantation) หรือได้มาจากผู้บริจาคซึ่งมีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้กับผู้ป่วย (Allogeneic transplantation)
 
Other knowledge about lymphoma
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร
  • ชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • สถิติของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • อาการจากตัวมะเร็งและผลข้างเคียงของการรักษา
  • การดูแลรักษาตนเอง
  • ข้อควรรู้สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  •  
    ชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
    สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เขตปทุมวัน กทม. 10330 โทรศัพท์ 02-256-4564 โทรสาร 02-253-9466 อีเมลล์: webmaster@thailymphoma.org